Photo by Louis Bauer from Pexels

นักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลของสิงคโปร์จะมีช่วงเวลาสำคัญหลักๆ ที่ต้องสอบเพื่อเปลี่ยนที่เรียนอยู่ 2 ช่วงด้วยกันคือ การย้ายจาก primary 6 ไป secondary 1 และจาก Secondary 4 ไปเรียนต่อในระดับ Junior College หรือ Polytechnic ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยต่อไป 

วันนี้ เราจะมีคุยเกี่ยวกับการสอบเข้า Junior College โดยวิธีพิเศษ นั่นคือการสอบตรงกันค่ะ แต่บอกก่อนว่าวิธีนี้ ใช้กับนักเรียนที่เรียนอยู่ที่สิงคโปร์แล้วเท่านั้นนะคะ ถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติ จะต้องสอบ AEIS เข้าไปในโรงเรียนรัฐบาลของสิงคโปร์ก่อนค่ะ 

ตามระบบการเรียนมัธยมของสิงคโปร์แล้ว นักเรียนชั้น Seconday 4 จะต้องสอบข้อสอบ O Level เหมือนกันทั่วประเทศ ตามรายวิชาที่ตัวเองลงเรียนไว้ ซึ่งผล O Level ที่ได้นี้จะเอาไปใช้ยื่นคะแนนเรียนต่อในระดับ Junior College (JC) 

โดย timeline ตามปกตืที่เกี่ยวข้องสำหรับการใช้ผลยื่นเรียนต่อ JC จะคร่าวๆ ประมาณนี้ค่ะ

เดือนกันยายน – กลางเดือนพฤศจิกายน → สอบ O level พร้อมกันทั่วประเทศ ตามรายวิชาที่ลงไว้

กลางเดือนมกราคม →  ผลสอบ O level ออก

ภายใน 5 วันทำการหลังผลออก → ยื่นสมัครเข้า JC

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ → ได้รับแจ้งผลการตอบรับจาก  JC 

ขั้นตอนนี้ ไม่ถึงกับลุ้นมากค่ะ เพราะการจะเข้า JC มีเกณฑ์และสถิติในปีก่อนคร่าวๆ อยู่แล้ว ว่าควรทำคะแนนได้เท่าไหร่จึ่งจะมีโอกาสได้เข้าเรียน เพราะฉะนั้นพอคะแนนออกมาแล้ว เราก็พอจะวางแผนได้ว่าเราสามารถเลือกอันดับโรงเรียนยังไงได้บ้าง

สำหรับคะแนน O level นั้น ใช้คะแนนรวมจาก 6 วิชา (L1R5) โดยแต่ละ JC จะมีเกณฑ์คะแนนไม่เท่ากัน  แต่หลักๆ คือคะแนนรวมต้องไม่เกิน 20 คะแนน (คะแนน O level นั้น คะแนนยิ่งต่ำยิ่งดี เข้าไปอ่านเกี่ยวกับการตัดเกรด o level ได้ที่นี่ค่ะ : ทำความเข้าใจกับระบบเกรดสิงคโปร์)

แต่ จะมีบางกรณีที่นักเรียนไม่จำเป็นต้องรอผล O level ออกแล้วค่อยสมัครเรียนต่อ Junior College เพราะมีช่องทางพิเศษอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ทักษะ และความสามารถพิเศษของตัวเองในการยื่นสมัครกับ Junior College ได้โดยตรง 

วิธีการนั้นก็คือ Direct School Admission  หรือ DSA นั่นเองค่ะ 

DSA คือระบบการคัดเลือกที่เปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ หรือความโดดเด่น ไม่ว่าจะในด้านวิชาการ ดนตรี กีฬา หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ยื่นสมัครเข้าทดสอบความสามารถในด้านนั้นๆ กับ Junior College ที่เปิดรับ DSA ในสาขาที่เราสมัครได้ (แต่ละ JC อาจจะมี DSA ไม่เหมือนหรือไม่เท่ากัน)  

การสมัครเรียนต่อ JC โดยผ่านขั้นตอน DSA  นั้น ปกติแล้วจะต้องเช็คกับ JC ที่สนใจว่า application period คือเมื่อไหร่ แต่โดยทัั่วไปจะเปิดรับสมัครช่วงปลายๆ ภาคการศึกษาแรก (ประมาณต้น พ.ค.)  และจะรู้ผลช่วงเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม 

ซึ่งถ้าหากผ่าน DSA แล้ว ก็หมายความว่านักเรียนได้รับ offer จาก Junior College นั้นๆ แล้ว เหลือแค่สอบ O level ให้ได้คะแนนตามเงื่อนไขเท่านั้น 

Concept คร่าวๆ ของ DSA ก็จะเป็นประมาณนี้ 

อ่านถึงตรงนี้ อาจจะมีงงๆ กันบ้างใช่มั้ยคะ เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เรามีเคสของนักเรียนจาก Preptitude ที่ไปเข้าเรียน Government School ที่สิงคโปร์และได้รับ offer เรียนต่อ Junior College ผ่าน DSA มาเล่าให้ฟังด้วยค่ะ 

 

บุ๊ค

สอบผ่าน AEIS ระดับ Secondary 3 ได้รับ offer ให้เรียนที่ Deyi Secondary School (Academic Year 2018)

ปัจจุบันผ่าน DSA เข้าเรียน ปี 1 ที่ Temasek Junior College

บุ๊ครู้เกี่ยวกับ DSA ได้ยังไง แล้วใช้ DSA อะไรในการยื่นเข้า Junior College

ครูที่โรงเรียนจะแจ้งให้ทราบตั้งแต่ช่วง secondary 3 แล้วค่ะ ที่นี่ครูจะคอยแจ้งข่าวและให้ข้อมูลทุกอย่างกับเด็ก

ตอนแรกตั้งใจจะใช้ปิงปอง เพราะตอนอยู่ชมรมได้เป็นกัปตันทีม แต่สุดท้ายบุ๊คเลือกใช้ความสามารถพิเศษเล่นไวโอลินในการสมัครแทนค่ะ เพราะเคยเล่นกับวงตอนสมัยเรียนสาธิตเกษตรที่ไทย

เราจำเป็นต้องเล่นเก่งแค่ไหนถึงสามารถสมัครด้วยทักษะด้านดนตรีได้ ต้องผ่านการสอบวัดผลมาก่อนมั้ย

ถ้าของบุ๊คเอง ไม่เคยสอบวัดระดับมาก่อน แต่เคยเล่นในวงของโรงเรียนที่ไทยมาก่อน เลยรู้สึกว่าอยากใช้ไวโอลินสมัคร 

หลังจากกรอกใบสมัครไปแล้ว ช่วงปิดเทอมเดือนมิถุนายน กลับมาเมืองไทยก็มาเรียนทฤษฎีดนตรีเพิ่มเติมด้วยค่ะ  

เราสมัคร DSA ไปกี่ที่

สมัครไป 2 ที่คือ  Temasek Junior College  กับ Victoria Junior College  แล้วก็มา offer ที่ Temasek JC ค่ะ

ตอนเค้าเรียกมาสอบ ให้ทำอะไรบ้าง

มันจะเป็นการ audition มากกว่าค่ะ อย่างที่ Temasek JC จะมีให้ทำ sight reading (การให้โน้ตมาดูตอนนั้น และเล่นเลยโดยไม่มีการฝึกซ้อมมาก่อน) แล้วก็ให้เลือกเพลงมาเล่น 2 เพลง เป็น contrasting pieces  คือต้องเลือกสไตล์เพลงที่แตกต่างกันมาเล่น อย่างเช่น เลือก classic 1 เพลง และ Pop อีก 1 เพลง หรือ เพลงที่มาจากคนละยุคกัน อะไรแบบนี้ค่ะ 

แล้วบุ๊คเลือกเล่นเพลงอะไรไป

Humoresque  กับ Concerto in A Minor 

ขั้นตอนมีเท่านี้เองเหรอ

มี interview ด้วยค่ะ  คำถามเช่น ตอนเป็น leader ของ CCA (ชมรม) เรามีทำอะไรบ้าง เราเคยไปแข่งอะไรมาบ้างมั้ย  มีประสบการณ์ในการแสดงที่ประทับใจอะไร แล้วก็คำถามทั่วๆไปเกี่ยวกับความสนใจค่ะ   เค้ามีขอดู transcript ประกอบด้วย 

หลังได้ offer จาก DSA แล้วมีเงื่อนไขอะไรมั้ย 

มีแค่ให้ผลสอบ O level ออกมา  L1R5 ไม่เกิน 20 คะแนนค่ะ ซึ่งปกติ ถ้าจะเข้าเรียนกลุ่มวิชาที่บุ๊คสนใจ เช่น Math, Physics, Economics ที่ Temasek JC ได้ก็จะต้องทำ L1R5 ให้ได้ประมาณ 9  คะแนน (ซึ่งถือว่าสูงเหมือนกันนะ) 

แล้วเราต้องทำกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับไวโอลินหรือเปล่า

ต้องอยู่ชมรม (CCA) ไวโอลินไปตลอด 2 ปีค่ะ แล้วก็เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง 

ถามเรื่องชีวิตการเรียนที่สิงคโปร์บ้าง โดยรวมบรรยากาศการเรียนที่นั่นเป็นยังไง

โดยรวมถือว่าตัดสินใจถูกที่ตัดสินใจมาเรียนที่นี่ ที่ชอบมากที่สุดคือครูที่นี่ เพราะครูใส่ใจและทุ่มเทมาก  

ปฏิบัติกับนักเรียนดี คอยตามงาน คอยถามว่าเข้าใจมั้ย และบางทีมีจี้รายคนเหมือนกันถ้ารู้สึกว่าคนไหนต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และครูแต่ละวิชาจะสามารถนัดเข้าไป consult ได้ตลอด รวมถึง บางทีมี  extra lesson ให้เด็กเพิ่มด้วยถ้าเห็นว่า performance เด็กไม่ค่อยดี 

มาเรียนแล้วพอเห็นว่าครูตั้งใจมากๆ เราก็รู้สึกเคารพและพลอยอยากตั้งใจเรียนไปด้วยค่ะ (55) 

ดีจังเลยเนอะ!

หลังจากนี้ คิดว่าพอจบ JC แล้วจะไปเรียนที่ไหนต่อ

ตอนนี้สนใจสาขาทางพวก engineering  ค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็มองการเรียนมหาวิทยาลัยที่สิงคโปร์ต่อค่ะ 

ตอนที่ครูเจนคุยกับบุ๊ค เป็นช่วงก่อนสอบ O level ค่ะ ตอนที่นำบทความมาลงนี้บุ๊คสอบ O level เรียบร้อยแล้ว และทำคะแนนได้ตามเงื่อนไข ตอนนี้เลยเป็นนักเรียนปี 1 เต็มตัวที่ Temasek Junior College ตามที่ได้พยายามและตั้งใจไว้ ดีใจกับบุ๊คด้วยนะคะ :)

 

Interviewed and arranged by Kru Jane