Select Page

คราวก่อนเราได้รู้จักชีวิตการเรียนระดับ secondary school  และ Junior College ที่สิงคโปร์จากการพูดคุยกับพร้อมและใบตองไปแล้ว คราวนี้ เรามาทำความรู้จักกับ Polytechnic ที่สิงคโปร์กันบ้างนะคะ  

Preptitude ได้คุยกับสตางค์ นักเรียนเก่าของ Preptitude ที่สอบติด AEIS Secondary 2 ไปเมื่อปี 2015  วันนี้สตางค์จะมาเล่าเกี่ยวกับ Polytechnic ให้ฟังกันค่ะ 

 

สตางค์

สอบผ่าน AEIS ระดับ Secondary 2 ได้รับ offer ให้เรียนที่ Yio Chu Kang Secondary School (Academic Year 2015)

ปัจจุบันเรียน ปี 2 ที่ Nanyang Polytechnic

ตอนนี้ ไปอยู่ที่สิงคโปร์มากี่ปีแล้ว

5 ปีแล้วครับ ผมสอบติดเข้าไปเรียนตอน Secondary 2 ที่ Yio Chu Kang Secondary School

เรียนสาขาอะไรที่ Polytechnic

ตอนนี้เรียน Electronics Engineering อยู่ที่ Nanyang Polytechnic ครับ แต่ว่าช่วงครึ่งปีแรก ผมเรียนเป็น Common Engineering เรียนประมาณ 6 เดือน แล้วถึงค่อยมาเลือกสาขาตอนครึ่งปีหลัง

เลือกสาขาแต่แรกเลยไม่ได้เหรอ

ได้เหมือนกันครับ ถ้าเลือกสาขาเลยแต่แรก ก็จะได้เรียนเฉพาะทางไปเลย แต่ข้อดีของการได้เรียน Common Engineering ก่อนก็จะทำให้เราได้เรียนรวมๆ แล้วดูว่าตัวเองสนใจด้านไหน จะได้เลือกให้ตรง เพียงแต่ว่า จะต้องมาตามเก็บ credit ที่เพื่อนๆเค้าเรียนกันไปแล้วในเทอมแรก

ตอนเลือกเรียน Polytechnic ใช้วิธีการสอบหรือใช้คะแนนยื่นเข้าไปเหรอ

ของผมใช้ผลคะแนนจาก O-level เหมือนยื่นเข้า Junior College ครับ แต่ใช้เป็นคะแนนจาก L1R4 ถ้า Junior College ใช้ L1R5  ซึ่งตัวภาษาผมใช้คะแนนวิชาภาษาไทยยื่น ส่วน R4 ใช้ Math, Physics  และ Chemistry เพราะจะเรียนด้าน Engineering 

(*L1R4 หรือ L1R5 เป็นวิธีเรียกชื่อย่อวิชา + จำนวนวิชาที่ใช้ โดย  L= Language, R=Relevant Subject)

Polytechnic ต่างกับ Junior College ยังไง

Polytechnic จะเรียน 3 ปีแล้วได้ Diploma จบมาก็จะทำงานเลยหรือยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็ได้ครับ และจะเป็นการเรียนเน้นสายวิชาชีพ มีสาขาให้เลือกเยอะมาก แล้วแต่ความสนใจ คล้ายๆมหาวิทยาลัย

แต่ถ้า Junior College จะเป็นเรียน 2 ปี เป็นสายวิชาการมากกว่า ซึ่งมันจะมีวิชาบังคับบางตัวที่ถ้าเรารู้สึกว่าไม่จำเป็น หรือไม่ถนัด การมาเรียน Polytechnic ก็เป็นทางเลือกที่คนเลือกเยอะเหมือนกันครับ

หลายคนเข้าใจว่าถ้าเลือกเรียนสายอาชีพที่ Polytechnic จะใช้คะแนน O level ไม่สูงเท่า Junior College จริงรึเปล่า

ก็ไม่เชิงครับ เพราะอย่างที่บอก ถ้าเข้า Junior College ต้องใช้ 6 วิชาจาก L1R5  แต่ Polytechnic ใช้ 5 วิชาจาก L1R4 จำนวนวิชาที่ใช้พิจารณาจะน้อยกว่า แต่วิชาที่เกี่ยวข้องก็ต้องถึงเกณฑ์ในการสมัครเข้าของแต่ละสาขาวิชาด้วย ไม่อย่างนั้นก็อาจจะไม่ติดเหมือนกัน อย่างผมก็ต้องทำคะแนน Math กับ Science อีก 2 ตัวให้ถึงเกณฑ์ ไม่งั้นก็อาจจะเข้าสาขา Engineering ไม่ได้ครับ  

ถ้าอย่างนั้น หมายความว่าพอคะแนน O level ออก  บางคนก็ตั้งใจไปเรียนต่อ Polytechnic เลยแต่แรก 

ใช่ครับ มีเพื่อนคนจีนที่เรียนเก่งและคะแนนค่อนข้างดีมาก แต่เค้าเลือกมาเรียน Polytechnic เลยแต่แรก เพราะเห็นข้อดีของการเรียน polytechnic ว่าลงเจาะลึกเนื้อหาที่สนใจเรียน แล้วก็มีโอกาสฝึกงานกับบริษัทด้วย 

ผมคิดว่า Polytechnic เหมาะกับคนที่รู้ตัวแล้วว่าสนใจสาขาอาชีพไหน จะได้เรียนในสาขานั้นไปเลย ไม่ต้องเรียนวิชาบังคับอื่นด้านวิชาการแบบ Junior College 

งั้นเล่าเกี่ยวกับการเรียนใน Polytechnic ให้ฟังหน่อย

การเรียนแบ่งเป็น lecture เป็นห้องเรียนรวมตามแต่ละคอร์ส  และมี tutorial แยกเพื่อทำ worksheet exercise ครูจะอธิบายและเชื่อมโยงกลับไปที่ lecture 

นอกจากในห้องเรียนแล้ว แต่ละคนจะต้องมี application ชื่อ blackboard เป็น application รวมสำหรับคนที่เรียน Polytechnic ทุกคน และทุก Polytechnic ใช้เหมือนกัน โดยเราจะสามารถ log in เข้าไปทำแบบฝึกหัดของตัวเองได้ และคะแนนจะส่งถึงครูตามระยะเวลาที่กำหนด  

แล้วในแง่ของการเรียนภาคปฏิบัติล่ะ 

ที่ Polytechnic จะมีห้องปฏิบัติการด้วย มีอุปกรณ์ เครื่องมือของสาขาวิชานั้นๆ ให้ครบ แล้วก็ในแต่ละ module ที่เรียนก็จะมีให้ทำ project ต่างๆ

ช่วงแรกๆก็อาจจะเริ่มทำง่ายๆก่อน เช่น ถ้าเรียนวิชา programming ก็อาจจะมีฝึกให้สร้างเครื่องคิดเลขขึ้นมา เป็นต้น 

เห็นมีพูดถึงการฝึกงานด้วย ปกติแล้วจะได้ฝึกงานเมื่อไหร่

จะฝึกงานตอนปี 3 ครับ ระยะเวลาฝึกงาน 6 เดือน แบ่งเป็น 3 เดือนแรกฝึกที่ Polytechnic ที่เราเรียนอยู่ และ 3 เดือนหลังไปฝึกกับบริษัทโดยเราสมัครเข้าไปเอง ปกติโรงเรียนก็จะมีรายชื่อบริษัทมาให้เราเลือกได้ 

ตอนที่ฝึกภายในจะไม่ได้ค่าจ้าง จะเป็นแนวให้เราไปช่วยงานส่วนต่างๆของโรงเรียน แล้วแต่สาขาที่เรียน แต่ช่วงที่ฝึกกับบริษัทจะมีค่าตอบแทนให้ด้วยครับ (แต่อาจจะไม่เยอะนะ 555) 

แล้วตอนเรียนจบต้องนำเสนอผลงานก่อนจบมั้ย

มีครับ ตอนปี 3 ช่วงครึ่งปีที่ไม่ได้ฝึกงาน ก็จะไปทำ project จบ เช่น มีรุ่นพี่ที่รู้จักเค้าทำ GPS ไม้เท้าสำหรับคนตาบอด

หลักๆ แล้วสัดส่วนการเรียนที่ Polytechnic เน้นไปที่การปฏิบัติมากกว่าเนอะ

ใช่ครับ เพราะสอบปลายภาคคิดเป็นแค่ 40% นอกนั้นมาจาก quiz , participation และ project เป็นส่วนใหญ่  

ทีนี้ ถ้าเราต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยหลังจากจบ Polytechnic จะต้องทำยังไงบ้าง

ถ้าในสิงคโปร์ สามารถใช้ Diploma ยื่นสมัครต่อได้เลยครับ แต่ถ้าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยรัฐบาล ก็ต้องทำคะแนนให้ดีมากๆ โดยถ้าเรียนต่อสาขาเดิมก็จะไม่ต้องเรียนปี 1 แล้ว สามารถไปเรียนต่อปี 2 ได้เลย หรือถ้าไปมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยที่อังกฤษ เค้าก็อาจจะขอดู module ที่เราเรียนก่อน ถ้ามีวิชาที่เรียนเหมือนกันและเกรดดีพอ ก็สามารถข้ามไปเรียนปี 2 ได้เลยเหมือนกัน 

งั้นจริงๆ การเรียน Polytechnic 3 ปี ก็ไม่ได้ทำให้จบมหาวิทยาลัยช้ากว่าเพื่อนเลยนะเนี่ย!

 หลังจากนี้วางแผนจะเรียนต่อยังไงมั่ง

ผมจะเรียนด้าน  Engineering ต่อในมหาวิทยาลัย กำลังดูอยู่ทั้งที่สิงคโปร์และที่อังกฤษครับ

 

ขอบคุณสตางค์มากๆ ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ตรงในการเรียนต่อ Polytechnic กับเราค่ะ

Preptitude เป็นกำลังใจให้สตางค์ได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยและสาขาที่ตั้งใจไว้ด้วยนะคะ 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Polytechnic:

ที่สิงคโปร์มี Polytechnic ทั้งหมด 5 แห่ง โดยเป็นสถาบันรัฐบาลทั้งหมด คือ 

  • Nanyang Polytechnic
  • Ngee An Polytechnic
  • Republic Polytechnic
  • Singapore Polytecnic
  • Temasek Polytechnic

 

โดยหลักสูตรที่เปิดสอนมีความหลากหลายคล้ายกับมหาวิทยาลัยมาก เช่น Business, Design, Media, Engineering, Health Sciences, Technology ซึ่งมีแยกย่อยตามสาขาวิชาไปอีก เช่น Aerospace Engineering, Game Design หรือ Cyber Security เป็นต้น

 

ในแต่ละ Polytechnic  จะมีห้อง Lab และห้องปฏิบัติการตามสาขาวิชานั้นๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่ออกกำลังกาย เช่น maker space, fitness center หรือแม้กระทั่ง dance studio

 

ผู้ที่จบ Polytechnic สามารถเลือกทำงานก่อนก็ได้และเป็นที่ต้องการของตลาดงานในสิงคโปร์ด้วย หรือจะเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็ได้เช่นกัน

 

Interviewed and arranged by Kru Jane